News

News

News new จัดฟันเด็ก แก้ไขความผิดปกติก่อนสายไป

จัดฟันเด็ก แก้ไขความผิดปกติก่อนสายไป

จัดฟันเด็ก แก้ไขความผิดปกติก่อนสายไป เพราะสุขภาพฟันของเด็กไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่มองข้ามได้ เนื่องจากฟันชุดแรกของลูก คือสิ่งสำคัญที่บ่งบอกถึงสุขภาพ บุคลิกที่ดี รวมถึงการเรียนรู้ภาษา และพัฒนาการในอนาคต

ดังนั้นเราจึงมีคำแนะนำทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเด็กและการจัดฟัน มาให้ความรู้คุณพ่อคุณแม่เรื่องการใส่ใจดูแลสุขภาพฟันให้ลูกตั้งแต่ยังเล็ก และแก้ไขความผิดปกติด้วยการจัดฟันตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับลูกรักได้ในอนาคต

ฟันชุดแรกของลูกสำคัญกว่าที่คิด!

“ลูกรักฟันดีเริ่มที่ซี่แรก” ฟันชุดแรกของลูกหรือฟันน้ำนมถือได้ว่าเป็นฟันที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าฟันแท้ โดยหน้าที่ของฟันน้ำนมไม่ได้มีเพียงแค่เคี้ยวอาหารหรือมีไว้เพื่อความสวยงาม แต่ฟันน้ำนมมีความสัมพันธ์กับฟันแท้อย่างมาก ซึ่งหากฟันน้ำนมหลุดก่อนเวลาอันควร จะทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมามากมาย เช่น หากฟันน้ำนมลูกผุ โยก หรือหลุดเร็วเกินไป จะทำให้ฟันซี่ข้างเคียงล้มหรือเลื่อนเข้ามาแทนที่ช่องว่างนั้น ส่งผลต่อฟันแท้ที่จะขึ้นใหม่อาจเกิดปัญหาฟันซ้อนเก ฟันคุด รวมถึงพฤติกรรมของลูกเองยังส่งผลต่อการเรียงตัวของฟัน เช่น การติดดูดนิ้ว การหายใจทางปาก และดูดขวดนมเกินกว่าอายุ 4 ขวบ การยื่นหรือเยื้องคางเพื่อช่วยเคี้ยวอาหาร ทั้งหมดล้วนทำให้เกิดปัญหาต่อโครงสร้างของฟันแท้ที่กำลังจะรอขึ้นในอนาคต และยังมีผลด้านจิตใจทำให้ลูกขาดความมั่นใจ อาย มีปัญหาในการเรียนรู้การใช้ภาษา การออกเสียงคำ /ฟ/ /ฝ/ /ส/ /ซ/ ทำให้เสียบุคลิก เรียกได้ว่าปัญหาเรื่องฟันน้ำนม ส่งผลเสียและบั่นทอนพัฒนาการทั้งด้านร่างกายและจิตใจได้มากกว่าที่ผู้ใหญ่คิด

จัดฟันในเด็ก แก้ไขความผิดปกติก่อนสายไป

คุณพ่อคุณแม่อาจไม่รู้ว่า เด็กๆ สามารถจัดฟันได้ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มช่วงวัยประมาณ 6-7 ปี เมื่อฟันแท้เริ่มขึ้น หรือในเด็กอายุเพียง 4 ปี ก็จัดฟันได้หากมีปัญหาหรือข้อบ่งชี้จำเป็นที่จะต้องจัดฟัน เพราะการ จัดฟันในเด็ก ทำเพื่อแก้ไขความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ ในระหว่างที่ขากรรไกรของเด็กอยู่ในช่วงของการเจริญเติบโตจะช่วยแก้ไขปัญหาบางอย่างได้ทันท่วงที ก่อนที่เขาจะโตขึ้น เช่น กรณีขากรรไกรบนเล็กหรือแคบ การจัดฟันในเด็กจะช่วยลดปัญหาได้อย่างมาก เพราะยังเป็นช่วงที่เพดานปากหรือกระดูกขากรรไกรยังเจริญเติบโตอยู่ และสามารถขยายได้ ซึ่งหากไปทำในวัยผู้ใหญ่ขากรรไกรจะหยุดเจริญเติบโตแล้วจึงไม่สามารถแก้ไขปัญหา ขากรรไกรเบี้ยว คางยื่น หรืออื่นๆ ได้ ซึ่งอาจต้องใช้วิธีที่ยุ่งยากมากขึ้น เช่น การผ่าตัดขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน

ดังนั้นการจัดฟันในเด็กจะช่วยแก้ไขปัญหาป้องกันหรือลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต อย่างเช่น ฟันหน้าด้านบนยื่นออกไปข้างหน้ามากกว่าปกติ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือเกิดจากพฤติกรรม เช่น การดูดนิ้ว ดูดนมจากขวด การหายใจทางปาก ซึ่งการที่ฟันหน้ายื่นก็จะเกิดความเสี่ยงเมื่อเด็กล้ม ชน หรือกระแทกสิ่งต่างๆ มีโอกาสทำให้ฟันหน้าแตกหักหรือเป็นอันตรายมากขึ้น การจัดฟันจะช่วยลดความเสี่ยงนั้นได้ หรือในกรณีที่ฟันหน้าสบคร่อม (ฟันล่างคร่อมฟันบน) ทำให้เด็กกัดฟันลงมาแล้วชนกันเขาจึงยื่นหรือเยื้องขากรรไกรล่างเบี่ยงออกมาเพื่อไม่ให้ฟันชนกัน ทำให้ขากรรไกรล่างยื่นออกมาผิดสัดส่วน หรือผิดรูป การแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆจะช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาเหล่านี้รุนแรงมากขึ้นในอนาคต

TopBack to Top