News

News

News new เปิดคำทำนายโหรดังสุดสะพรึง พ.ค.-ก.ย. 64

เปิดคำทำนายโหรดังสุดสะพรึง พ.ค.-ก.ย. 64

เปิดคำทำนายโหรดังสุดสะพรึง พ.ค.-ก.ย. 64 จากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานพลาสติก ซอยกิ่งแก้ว ย่านบางพลี วันนี้ ทำให้คนแห่แชร์คำทำนายดวงเมือง ปี 2564 ของโหรชื่อดัง “โหรวสุ” วสุวัส คำหอมกุล ที่เรียกว่าคำทำนาย แม่นมากตั้งแต่ต้นปี ที่บอกว่าจะเกิดม็อบใหญ่ ม็อบย่อย เศรษฐกิจสังคม วิกฤติการเงินฝืดเคือง

จนกระทั่งในช่วงครึ่งปีหลัง เราสะดุดที่คำทำนายในช่วง พฤษภาคม – กันยายน สุดสะเทือนขวัญ เพราะโหรวสุ ทำนายว่า เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้อาคารขนาดใหญ่ในเมือง หรือเกิดอุบัติเหตุแก๊สระเบิด ที่ส่งผลทำให้มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตพอๆ กับเหตุการณ์รถแก๊สระเบิดในปี 2534 นั่นเอง

ม็อบกดดันรัฐบาล – การแก้ไขรัฐธรรมนูญล้มเหลว – ความรุนแรงนองเลือด

จะเป็นช่วงที่การเมืองเริ่มมีความดุเดือด และมีความขัดแย้งมากขึ้น ม็อบสารพัดอาชีพจะเริ่มออกมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย และกฎหมายที่ส่งผลกระทบ รวมไปถึงม็อบคนจน และเจ้าของธุรกิจที่ปิดกิจการไปในช่วงปี 2563 ถึงต้นปี 2564 ก็จะออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบ หรือลาออก

อีกทั้งจะมีม็อบขนาดเล็ก ชุมนุมประท้วงกันในหลายจังหวัดเนื่องจากไม่พอใจการทำงานของรัฐบาล และถ้าม็อบทั้งหมดนี้ และถ้ารัฐบาลยังเมินเฉยต่อข้อเรียกร้องของประชาชนเหล่านี้ ม็อบทั้งหมดจะรวมตัวกันมาเป็นม็อบใหญ่เข้ามาในกรุงเทพฯ จะทำให้เกิดเหตุการณ์นำไปสู่ความรุนแรง มีการนองเลือด มีคนเสียชีวิตเหมือนช่วง เมษายน ปี 2552 และ พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ซึ่งถ้ามีประชาชนเสียชีวิตในช่วงนี้

ปลายปีจะส่งผลทำให้รัฐบาลมีปัญหาด้านเสถียรภาพ ขาดความน่าเชื่อในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง และรัฐบาลชุดเดิมจะไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งต่อได้ ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนตัวนายก หรือจับขั้วทางการเมืองใหม่

อย่างไรก็ตามผลกระทบนี้ก็จะทำให้พรรคฝ่ายค้านเกิดความแตกแยก ไม่มีเอกภาพด้วยเช่นกัน ส่งผลทำให้ช่วงครึ่งปีหลัง รัฐบาลนอกจากไม่มีเสถียรภาพในการทำงาน และไม่มีความน่าเชื่อถือแล้ว ฝ่ายค้านก็แตกแยกกันจนไม่มีการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล และล้มเหลวในการผลักดันการแก้ไข รธน. ส่งผลทำให้ ช่วงเดือนตุลาคม การแก้ไข รธน. ที่ผลักดันกันมาในปี 2563 จะล้มเหลว กลับไปเริ่มต้นนับศูนย์ใหม่ ไม่มีการแก้ไข รธน. เกิดขึ้น

วัคซีนนำเข้า-วิกฤติการเงินฝืด-ธุรกิจนำเข้า ส่งออก อีเวนต์ต่างๆ ยกเลิก

ช่วงเดือนเมษายน การระบาดของไวรัสโควิด-19 จะลดลง และเริ่มมีการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเสี่ยง และจะมี รพ.เอกชนนำเข้าวัคซีนมาขายให้กับคนที่มีฐานะฉีด ส่งผลทำให้การท่องเที่ยว และการเดินทางติดต่อต่างประเทศเริ่มกลับมา ซึ่งเป็นไปตามการโคจรของดาวพฤหัส ดาวศุกร์ และราหู ที่เริ่มโคจรรวดเร็ว แปลว่าธุรกิจด้านการท่องเที่ยว นำเข้าส่งออก และงานอีเวนต์ต่างๆ ที่ถูกยกเลิก หรือไม่ได้จัดมาตั้งแต่ปี 2563 กลับมาจัดได้ในช่วงนี้เป็นต้นไป ส่งผลทำให้การท่องเที่ยว และค้าขายกลับมาดีขึ้น แต่พอเกิดปัญหาทางการเมืองก็อาจจะทำให้เศรษฐกิจสะดุดเป็นพักๆ

อย่างไรก็ตามพอเข้าช่วง เดือนกันยายน เศรษฐกิจก็จะกลับมามีปัญหาต่อ เพราะเงินหมุมเวียนในระบบเศรษฐกิจมีปัญหา รวมถึงค่าเงินบาทที่ไม่แน่นอน หุ้นตก และปัญหาหนี้สินของภาครัฐ ที่อาจจะส่งผลทำให้มีการตัดงบประมาณในหน่วยงานต่างๆ และตัดเงินสวัสดิการช่วยเหลือประชาชน ส่งผลทำให้เกิดวิกฤติเงินฝืดอย่างรุนแรง

ช่วง เมษายน นอกจากปัญหาความรุนแรงทางการเมืองจะทำให้มีคนเสียชีวิตเยอะแล้ว ก็ยังจะมีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ และอุบัติเหตุในสถานที่ก่อสร้างมากกว่าปี 2563 อีกทั้งตั้งแต่ เดือนเมษายน จนถึง มิถุนายน จะเป็นช่วงที่เกิดวิกฤติภัยแล้งอย่างรุนแรง และจะมีปัญหาไฟป่าในแถบ ภาคเหนือ และภาคตะวันตก ส่งผลทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และอาจจะมีคนเสียชีวิตจากไฟไหม้ป่า

ส่วนในเขตกทม. ช่วงเดือน พฤษภาคม – กันยายน

ให้ระวังจะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้อาคารขนาดใหญ่ในเมือง หรือเกิดอุบัติเหตุแก๊สระเบิด ที่ส่งผลทำให้มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตพอๆ กับเหตุการณ์รถแก๊สระเบิดในปี 2534 นอกจากนี้ปัญหาอาชญากรรมใน กทม. จะพุ่งขึ้นสูงมาก จะมีการก่ออาชญากรรมที่เล็กน้อยๆ ไปจนถึงอาชญากรรมสะเทือนขวัญที่ทำให้มีคนเสียชีวิตจากอาชญากรรมในแต่ละเดือนมากกว่าช่วงปี 2563

TopBack to Top